วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556

Office Beauty Routine

ผู้หญิงมีความมหัศจรรย์ในตัวอยู่เสมอ ไม่ว่างานยุ่งแค่ไหน แต่เรื่องความงามนั้นมองข้ามไม่ได้ Office Beauty Routine เทคนิคทำสวยทั้งเรื่องเมคอัพ
การดูแลผิวสำหรับสาวออฟฟิศที่เวลาน้อย แต่หากทำประจำจะส่งผลดีต่อ
ภาพลักษณ์ในอาชีพได้

1. Time is Precious
เวลาเป็นสิ่งมีค่า คติประจำใจของสาวทำงาน ดังนั้นกระเป๋าเครื่องสำอางที่มีของใช้มากเกินความจำเป็นทำให้เสียเวลาในการมองหาสิ่งที่ต้องการ แยกเครื่องสำอางที่ใช้ประจำใส่กระปุกเล็กๆ และเก็บไปไว้ในออฟฟิศหนึ่งชุด สะดวกในการหยิบใช้และไม่เสียเวลาในการหาของ
2. Using a Primer
Primer หรือครีมทาก่อนรองพื้นที่ช่วยปรับผิวให้รูขุมขนเรียบเนียน ทำให้รองพื้นติดทนนาน และช่วยบำรุงผิวให้นุ่มนวล เหมาะสำหรับวันงานยุ่งที่ไม่มีเวลาแต่งหน้าบ่อยๆ
3. Create a Flawless
รองพื้นเนื้อบางเบา (Sheer Foundation) ผสมเนื้อมุกประกายแวววาว ช่วยให้ผิวดูสดชื่นตลอดทั้งวัน แถมยังเกลี่ยง่าย เรียบเนียนไปกับผิว แม้สิ้นสุดวันในตอนเย็นผิวก็ยังเปล่งปลั่งอยู่เสมอ
4. A Natural Looking Blush
เลือกบลัชออนสีอ่อนที่ทำให้ผิวแก้มแดงระเรื่อเป็นธรรมชาติ เช่น ชมพูพาสเทล ส้มพีช เพียงไล้ที่
โหนกแก้มเบาๆ วันละ 3 เวลา จะช่วยให้ผิวหน้ามีสีสันน่ามองเหมือนสาวแรกรุ่น
5. Cover up Under the Eyes
รอยคล้ำใต้ตาทำให้ดูเหนื่อยล้าและเป็นผลเสียต่อบุคลิก ใช้คอนซีลเลอร์เกลี่ยใต้ตาเพื่อให้ดูสดใสอยู่
เสมอ ใครๆ 
ก็คิดว่าคุณคือสาวเก่งที่ทำงานจนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
6.Professional Look
ใครๆ ก็อยากดูเป็นมืออาชีพ การจัดการกับภาพลักษณ์ภายนอกเพื่อเผยให้เห็นความเก่งที่อยู่ภายใน ควรเน้นทรงผมที่เรียบร้อย อาจรวบตึงไปด้านหลัง เผยผิวหน้าสดใส และเสื้อผ้าทะมัดทะแมง แต่เข้ารูป เน้นความเป็นผู้หญิง เพียงเท่านี้คุณจะกลายเป็นสาวเก่งและอ่อนหวานในคราวเดียวกัน
7. Job Interview Make up
หากมีนัดสัมภาษณ์งาน การแต่งหน้าให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรมีกฎอยู่ว่า ควรแต่งโทนสีอ่อนสไตล์
เรียบๆ ไว้ก่อน 
เพื่อให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกเป็นบวกสำหรับการพบกันครั้งแรก เพราะการแต่งโทนสีเข้มตามแฟชั่นมากอาจทำให้คนอื่นมองคุณผิดไปก็ได้
8. Eye Contact is Key to Any Meeting
สายตาคือสื่อภาษาใจ การแต่งแต้มสีสันดวงตาให้สวยซึ้งคือเสน่ห์ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการติดต่อประสานงานจำเป็นต้องใช้สายตาเป็นสื่อสร้างความประทับใจ สไตล์การแต่งตาที่หลากหลายช่วยเปลี่ยนบุคลิกได้ฉับพลัน หากประชุมกับผู้บริหาร ควรวาดอายไลเนอร์ให้โฉบเฉี่ยวสมเป็นมืออาชีพ ถ้าต้องเจรจา
ต่อรอง ควรแต่งตาด้วยอายแชโดว์ประกายชิมเมอร์ให้สดใสแลดูเป็นมิตร
9. Skip Wearing a Dark Lipstick
ลิปสติกสีเข้มอาจทำให้คุณกลายเป็นสาวเซ็กซี่ แต่วันไหนที่ต้องพรีเซ้นต์งานต่อหน้าคนมากมาย แนะนำให้ใช้ลิปสีอ่อน ตามด้วยลิปกลอสอีกชั้นเพื่อริมฝีปากดูชุ่มชื้น เพราะการพูดเป็นเวลานานอาจทำให้ลิปสติกแห้งเป็นคราบโดยไม่รู้ตัว และเห็นชัดหากทาปากสีเข้ม
10. Get a Manicure at the Weekend
เล็บมือสวยสะอาดช่วยเน้นบุคลิกภาพให้ดูดี ตัดแต่งเล็บมือเท้าในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ จะได้ไม่ต้องกังวลหรือเสียเวลาระหว่างวัน คอยตัดแต่งเล็บก่อนเข้าประชุมหรือนัดเจอผู้บริหาร เพื่อความสบายใจที่มีเล็บสวยอวดใครๆ ได้ทุกวัน
11. Keep Eyebrows in Check
คิ้วที่ตกแต่งได้รูปทำให้ใบหน้าใสสะอาด อ่อนโยน เผยให้เห็นดวงตาคู่สวยอย่างชัดเจน การกันคิ้วเป็นประจำจึงสำคัญ ดีกว่าปล่อยให้คิ้วรกหนา ไม่น่ามอง
12. Moisture and Nourish Skin
แม้ทำงานอยู่ในออฟฟิศทั้งวัน แต่อย่าลืมดูแลผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ ในลิ้นชักควรมีโลชั่นบำรุงผิว ครีมทามือและส้นเท้าสำหรับไว้นวดเบาๆ เพื่อผ่อนคลาย และเนื้อครีมซึมซาบสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น
13. Must Have Concealer All the Time
คอนซีลเลอร์ เครื่องสำอางชิ้นเล็ก แต่ประโยชน์ยิ่งใหญ่ นอกจากใช้ลดเลือนรอยคล้ำใต้ตา ยังแต้มสิว จุดด่างดำ รอยจ้ำแดงให้เรียบเนียนสนิท ผิวสวยเปล่งปลั่งสุขภาพดีในพริบตา คอนซีลเลอร์คือนางเอกที่ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี
14. Leave in Conditioner for Indoor Hair
เส้นผมที่แห้งและพองฟูทำให้ดูเหมือนผมเสีย ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการใช้ Leave Conditioner แบ่งใส่ขวดเล็กๆ เก็บไว้ที่ทำงาน ใช้ลูบปลายผมที่แห้งแตกให้ชุ่มชื้นมีสุขภาพดี
15. Going out After Work
หากมีนัดหลังเลิกงาน วิธีทำสวยแบบง่ายๆ และรวดเร็วคือ เติมอายไลเนอร์ให้ดวงตาคมชัด เปลี่ยนสีลิปสติกใหม่ที่เข้มกว่าเดิม เพิ่มความเซ็กซี่ เพียงเท่านี้ก็เฉิดฉายในงานกลางคืนได้สบาย
ความงามไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เกิดจากการดูแลใส่ใจตัวเองอย่างดีต่างหาก
จึงไม่ใช่ข้ออ้าง เพราะเคล็ดลับสำคัญอยู่ในนี้หมดแล้ว

เป็นผู้หญิงเพอร์เฟ็คท์ในโลกปัจจุบัน


แม้โอกาสส่วนใหญ่อยู่ในมือผู้ชาย แต่อย่างน้อยโลกทัศน์และวัฒนธรรมในสังคมไทยยังคงต้องการความละเอียดอ่อนหวานจากผู้หญิง และสิ่งต่อไปนี้คือคุณสมบัติของคนที่จะก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้หญิงแถวหน้า



  • Goal สู่ความเพอร์เฟ็คท์
         จริงๆ แล้ว คำว่า “เพอร์เฟ็คท์” ขึ้นอยู่กับการตีความหมายของแต่ละคนว่า วันนี้คุณพึงพอใจกับชีวิตมากแค่ไหน ดังนั้นการวางแผนชีวิตในแต่ละช่วงเวลาจึงเป็นเรื่องสำคัญ เช่นบางคนตั้งเป้าในวัยเรียนว่า อยากเรียนคณะนั้นที่มหาวิทยาลัยในฝัน ต้องสอบเอนทรานซ์ให้ได้ พอวัยทำงานก็มุ่งมั่นทำตามฝัน ขอเพียงแค่ตื่นเช้าขึ้นมาแล้วรู้สึกอยากออกไปทำงานที่รัก มีความสุขกับครอบครัวเล็กๆ หรือใครอยากเป็นเจ้าของกิจการ ก็จะต้องดูแนวโน้มเป้าหมาย ด้วยว่าเรามีโอกาสที่จะไปถึงหรือไม่ อย่าตั้งไว้สูงเกินเอื้อม

  • เป็นอัญมณีล้ำค่าขององค์กร
         ถือเป็นเป็นเสน่ห์ที่ผู้หญิงมีอยู่ โดยเฉพาะในยุคที่ทุกองค์กรพยายามยืนยันแนวคิดเรื่องความเสมอภาค ดังนั้นเมื่อหน่วยงานใดผลักดันหรือให้โอกาสผู้หญิงขึ้นมาอยู่ในระดับผู้บริหารหรือผู้นำ ใครก็ตามหากได้รับโอกาสนี้ต้องเป็นตัวแทนขององค์กรที่ดี คือมีภาพลักษณ์ภายนอกที่ดึงดูดใจ แต่งกายสวยงามสมกับกาลเทศะ ตื่นตัว กระฉับกระเฉง เปิดรับผู้อื่น พร้อมจะสมานไมตรีกับทุกคน และชักนำให้ทุกคนชื่นชมในองค์กรของตัวเองอย่างแท้จริง ตลอดจนอยากร่วมงานกันอย่างยาวนาน
  • อ่อนหวาน แต่ไม่อ่อนแอ
         สิ่งที่ผู้ชายไม่มีแต่ผู้หญิงมีคือ ความสวยงาม ความละเอียดอ่อน และความอ่อนหวาน ไม่ใช่ว่าความแกร่งกร้าวห้าวหาญจะนำพาไปสู่ความสำเร็จในทุกๆ สถานการณ์ บางครั้งศิลปะแห่งการประนีประนอมช่วยได้มาก นักวิชาการระบุว่า อาจเป็นเพราะผู้ชายมักพูดน้อย แสดงความรู้สึกน้อย เก็บงำอารมณ์มาก ซึ่งมีข้อดีตรงที่เขาไม่แสดงอารมณ์พร่ำเพรื่อ ผู้หญิงก็ต้องยึดหลักข้อนั้น ขณะเดียวกันเรามีเทคนิคการสื่อสารอารมณ์ได้มากกว่าผู้ชาย ขอเพียงแสดงออกอย่างธรรมชาติและจริงใจ โอกาสที่จะผูกมิตรหรือมัดใจคนก็มีล้นเหลือ
  • แม่บ้านยุคไฮเทค
         สาวคนไหนทุ่มเทให้กับการทำงานมากเพราะอยากผลักดันให้ตัวเองก้าวหน้า ต้องอย่าลืมจัดสรรเวลาให้กับครอบครัวในสัดส่วนที่มากพอกันด้วย คุณควรทำหน้าที่ให้ดีทั้ง 2 อย่างในขณะที่ทำงานเก่งแล้ว ยังต้องเป็นแม่บ้านที่ดี ไม่ถึงขนาดลงมือทำเอง แต่อาจลองสรรหาของอร่อย ดูแลเรื่องเสื้อผ้า เอาใจคุณสามีและลูก พยายามทำอะไรก็ได้ที่เราใส่ใจลงไปแล้วเขาสัมผัสได้ เพราะครอบครัวเป็นสถาบันแรกที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ ถึงแม้ว่าโลกจะวิ่งเร็วแค่ไหน แต่ความเป็นแม่บ้านยังสำคัญอยู่ ดังนั้นควรวางแผนงานในแต่ละอาทิตย์ให้ดี
  • ผู้หญิงไทยกับไอที
         ในโลกยุคปัจจุบันนี้เราหลีกเลี่ยงเรื่องไอทีไม่ได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องติดต่อกับต่างประเทศ อย่าลืมว่าหญิงเก่งต้องฉลาดที่จะพัฒนาตัวเองให้มีค่าต่อการทำงาน แม้ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ชอบเทคโนโลยี แต่อย่างน้อยก็ควรเรียนรู้ เพราะอินเทอร์เน็ตจะช่วยทำให้คุณกลายเป็นหญิงสาวฉลาดและทันสถานการณ์บ้านเมืองตลอดเวลา

คาถา 9 บท สะกดใจเจ้านาย


เป็นลูกน้องแสนขยัน สู้งานหนักทุกชนิด นิสัยดีสุดยอด แต่ถ้าทำงานไม่เข้าตานายสักที เรี่ยวแรงที่ทุ่มเทลงไป คงไม่ผลักดันให้เจริญก้าวหน้าได้เท่าที่ควรจะเป็น อย่างนี้ต้องใช้คาถา 9 ข้อต่อไปนี้ มาเรียกความรักจากเจ้านายกันหน่อยแล้ว

  1. เก่งไม่กลัว แต่กลัวช้า เรียงลำดับการทำงานให้ถูกต้อง เพื่อให้ส่งงานได้ตามกำหนดเวลาทุกๆ ครั้ง
  2. พูดจาภาษาเดียวกัน สังเกตว่าเจ้านายถนัดการสื่อสารแบบไหน เพื่อที่คุณจะเลือกใช้ได้ถูก เช่นถ้านายถนัดใช้อีเมล คุณก็ควรส่ง รายงานทางอีเมลแทนที่จะพิมพ์ใส่กระดาษ
  3. ทำชีวิตนายให้ง่ายขึ้น ทำทุกอย่างให้นายรู้สึกว่า การทำงานกับคุณเป็นเรื่องแสนสะดวกเข้าไว้
  4. ขยันรายงาน รายงานความคืบหน้าให้นายทราบเป็นระยะๆ ไม่ว่างานที่ทำอยู่นั้นจะไปได้ดีหรือซวนเซไปบ้างก็ตาม
  5. ลดช่องว่าง สร้างสัมพันธ์ พูดคุยเรื่องอื่นๆ นอกจากเรื่องงานบ้าง ช่วยลดช่องว่างระหว่างเจ้านายกับลูกน้องได้ดี
  6. ดรีมทีม ทำงานเป็นทีม รู้จักบริหารเวลาและกระจายงานออกไปบ้าง ส่วนเรื่องใดที่ชำนาญและช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมได้ก็ไม่ควรนิ่งเฉย 
  7. “นาย” is No.1 คิดถึงเจ้านายในแง่บวกเข้าไว้ จะทำให้ยิ้มรับคำตำหนิติเตียนได้อย่างสบายใจ
  8. รอบรู้ 360 องศา กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ สนใจติดตามข่าวสารบ้านเมือง และหาความรู้รอบตัวอยู่เสมอ
  9. แต่งตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง สวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะกับตัวเอง ใส่แล้วมั่นใจ ไม่เชย และดูดีเป็นที่เชิดหน้า
    ชูตาให้องค์กร

     
    หากปฏิบัติต่อเนื่องจนครบ 9 ข้อแล้ว เตรียมตัวต้อนรับดาวรุ่งพุ่งแรงคนใหม่ของที่ทำงานกันได้เลย